• Fri. Sep 17th, 2021

ข่าวฟุตบอลต่างประเทศ – ทุกลีกดังทั่วโลก

อัพเดทสดใหม่รวดเร็วนาทีต่อนาทีรวบรวมข่าวคราวแวดวงการฟุตบอลไว้ทั่วโลกโดยนักข่าวมืออาชีพ. ข่าววงในที่คุณจะรู้ก่อนใครในวงการลูกหนังข่าวกรองที่มีแหล่งที่มาน่าเชื่อถือ

ธรรมนัส พรหมเผ่า จัดแจงทำพรรคใหม่ หลังถูกปลดพ้นรัฐมนตรีพร้อมไร้มลทิน ยิ่งสินวัฒน์

ByMarc Matthews

Sep 10, 2021

เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษาเผยแพร่ประกาศให้ ร.อ. ธรรมนัส พรหมเผ่า แล้วก็นางไร้มลทิน ภิญโญสินวัฒน์ พ้นจากความเป็นรัฐมนตรี ลงวันที่ 8 กันยายน ในขณะที่อดีต รมช.เกษตรฯ ชิงเปิดแถลงข่าวก่อนว่าได้ลาออกจากตำแหน่งตั้งแต่วานนี้

พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาหัวหน้าศรีสินทรมหาวชิราลงแขนณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า จากที่ได้ทรงพระได้โปรดโปรดเกล้าฯ แต่ง พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกรัฐมนตรี ตามประกาศลงวันที่ 9 ไม่.ย. 2562 แล้ว แล้วก็แต่งรัฐมนตรีเพื่อบริหารราชการแผ่นดิน ตามประกาศลงวันที่ 10 กรกฎาคม 2562 แล้วก็ประกาศหนสุดท้ายลงวันที่ 22 มี.ค. 2564 นั้น

ขณะนี้ นายกรัฐมนตรีได้กราบบังคมทูลว่า เหมาะสมให้รัฐมนตรีบางบุคคลพ้นจากความเป็นรัฐมนตรี เพื่อความเหมาะสมแล้วก็เกิดขึ้นประโยชน์แก่ราชการ

อาศัยอำนาจตามความลับมาตรา 171 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย จึงทรงพระได้โปรดโปรดเกล้าฯ ให้รัฐมนตรีพ้นจากความเป็นรัฐมนตรี

1. ร.อ. ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรแล้วก็สหกรณ์
2. นางไร้มลทิน ภิญโญสินวัฒน์ รมช.แรงงาน

ดังนี้ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป

ประกาศในวันที่ 8 กันยายน 2564 โดยมีนาชูรัฐมนตรีเป็นผู้รับตอบสนองพระบรมราชโองการ

tui1

ไม่กี่นาทีก่อนประกาศปลด 2 รัฐมนตรีจะถูกเผยแพร่อย่างเป็นทางการ ร.อ. ธรรมนัสได้เปิดแถลงข่าวต่อสื่อมวลชนที่รัฐสภา เมื่อเวลา 15.30 น. โดยกล่าวว่าส่งหนังสือถึง พล.อ. ประยุทธ์ แจ้งยื่นใบลาออกจากตำแหน่ง รมช.เกษตรแล้วก็สหกรณ์ ตอนหลังปรึกษาครอบครัว ซึ่งเดิมตั้งมั่นจะยื่นจดหมายตั้งแต่วานนี้ (8 กันยายน) แม้กระนั้นฝ่ายเลขานุการส่วนตนหลงผิด จึงพึ่งยื่นจดหมายไปวันนี้ (9 กันยายน)

แม้กระนั้นถึงกระนั้น นายวิษณุ เครือสวย รองนายกฯทางกฎหมาย ได้ยุติข้อสงสัยเกี่ยวกับการพ้นจากตำแหน่งของ 2 รัฐมนตรี โดยกล่าวว่า เป็นการปลดออกจากตำแหน่ง เพราะว่าในตัวพระบรมราชวโรงการได้มีการอ้างรัฐธรรมนูญ มาตรา 171 กำหนดไว้ว่า ในหลวงคงไว้ซึ่งพระราชอําที่นาจสำหรับในการให้รัฐมนตรีพ้นจากความเป็นรัฐมนตรี จากที่นายกรัฐมนตรีมอบให้คําแนะนํา ซึ่งวันที่มีผลบังคับจริงเป็นวันที่กำหนดในพระบรมราชโองการ โน่นซึ่งก็คือ ตั้งแต่เวลา 01.00 น. ของวันที่ 8 กันยายน 2564

อย่างไรก็ดีส่วนตัวพึ่งรู้ข่าวว่า ร.อ. ธรรมนัส แถลงข่าวว่าได้ทำหนังสือลาออก ซึ่งก็ไม่ทราบว่าจดหมายฉบับนั้นระบุวันที่มากแค่ไหน แม้กระนั้นสิ่งที่เป็นทางการเป็นให้ยึดตามพระบรมราชโองการ

ธรรมนัสแจงเหตุลาออก เนื่องจากไม่ต้องการที่จะอยาก “รอรับใช้ผู้ใดกัน”

สำหรับในการแถลงข่าวที่รัฐสภา ร.อ. ธรรมนัสกล่าวถึงเหตุผลสำหรับในการลาออกว่า ตั้งมั่นปฏิบัติงานเพื่อชาติ ศาสนา ในหลวง แล้วก็พี่น้องประชาชน โดยยึดผลประโยชน์ของประเทศเป็นหลัก แม้กระนั้นตลอดระยะเวลาที่ดำรงตำแหน่งมา บรรยากาศการบริหารราชการแผ่นดินมิได้เป็นไปอย่างที่คาดหวังเอาไว้ จึงต้องการกลับไปอยู่จุดเดิม โน่นเป็นการเป็น ส.ส.

“ผมอยากทำการเมืองให้มันแข็งแกร่ง เพื่อประเทศชาติ ประเทศจริงๆไม่ใช่มารองรับ หรือทำอะไรเพื่อคนบางกลุ่ม” ร.อ. ธรรมนัสกล่าวแล้วก็ว่า จริงๆคิดมายาวนานหลายเดือนแล้ว สิ่งที่ให้ความสำคัญมากที่สุดเป็นสายตาพสกนิกร ไม่ใช่รอรับใช้ผู้ใดกัน

เขายังฝากถึงพสกนิกรทุกจังหวัดว่า “วันนี้ผมตัดสินใจแล้วว่าผมจะเลือกทางเดิน เส้นทางการเมืองใหม่ โดยยึดหลักผลประโยชน์ของประเทศชาติแล้วก็พี่น้องประชาชนเป็นที่ตั้ง ผมจะไปต่อสู้ในเวทีการเมืองอย่างเต็มที่” พร้อมเอ่ยขออภัยพสกนิกรที่ไม่อาจจะเอาอย่างที่สัญญาไว้ได้ ภายหลังจากนี้จะกลับไปตั้งต้นที่ จังหวัดพะเยา แล้วก็จังหวัดอื่นๆถ้าเกิดกลับมามีอำนาจอีกรอบหนึ่ง มีบุญบารมีอีกรอบ ตั้งมั่นว่าจะปฏิบัติงานเพื่อชาติ
นักข่าวถามคำถามว่า เหตุผลส่วนหนึ่งที่ทำให้ลาออก เป็นเนื่องจากปฏิบัติงานกับนายกรัฐมนตรีมิได้แล้วหรือเปล่า ร.อ. ธรรมนัสกล่าวยอมรับว่า “คงเดินไปในทำนองเดียวกันมิได้”
ร.อ. ธรรมนัส พรหมเผ่า ประสานมือทัก พล.อ. อนุพงษ์ เผ่าจินดา หนึ่งใน “ญาติพี่น้อง 3 ป.” นาชูฯ บอกว่ารักกันเหมือนญาติพี่น้องท้องเดียวกัน ก่อนจะมีการประชุม ครม. ตอนวันที่ 7 กันยายน แม้กระนั้น พล.อ. อนุพงษ์มิได้คุยกับเขา

tui2
นักการเมืองผู้แปลงเป็นอดีตรัฐมนตรีกล่าวเพราะว่า ได้ปรึกษากับ พล.อ. ประวิตร วงษ์กาญจน์ รองนายกฯ แล้วก็หัวหน้าพรรคพลังประชาชนเมือง (พปชร.) ตั้งแต่ก่อนลงความเห็นสำหรับในการอภิปรายไม่ไว้วางใจ ว่าจะลาออกเมื่อวันที่ 6 กันยายน แม้กระนั้นหัวหน้าพรรคห้ามไว้ ท้ายที่สุดจำเป็นต้องไม่ปฏิบัติตามคำสั่งหัวหน้า เนื่องจากตรึกตรองดูแล้วว่าทางเดินชีวิตของตนเองทำเพื่อพสกนิกร มันจำเป็นต้องเดินไปอีกไกล เพราะฉะนั้นตัดสินใจเด็ดขาดด้วยตนเอง

เมื่อถามย้ำว่า แสดงว่าข้างหลังเสวนาแล้วก็ขออภัยนายกรัฐมนตรี แล้ว แสดงว่าปัญหาไม่จบใช่หรือไม่ใช่ ร.อ. ธรรมนัสตอบว่าไม่จบ แล้วก็รู้สึกหนักใจ จำเป็นต้องรับผิดชอบกับสิ่งที่กระทำไป แสดงว่าเมื่อบอกด้วยเหตุด้วยผลแล้ว มันไม่เกิดประโยชน์ กระบวนการยอดเยี่ยมก็คือจำเป็นต้องตัดสินใจด้วยตัวเอง

ส่วนความเกี่ยวเนื่องกับญาติพี่น้อง 3 ป. มี พล.อ. ประวิตร วงษ์กาญจน์, พล.อ. อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการมหาดไทย แล้วก็ พล.อ. ประยุทธ์ นั้น นักการเมืองรายนี้เลือกที่จะเอ๋ยถึงเพียงแต่ความเกี่ยวเนื่องกับหัวหน้าพรรคว่ายังรักยกย่องเหมือนเดิม แม้กระนั้นไม่เอ่ยถึงอีก 2 ป. โดยบอกเพียงว่า “ไม่ถึงกับแตกหัก แม้กระนั้นผมเลือกทางเดินแล้ว”
ยังไม่ลาออกเลขาธิการ พปชร. แม้กระนั้นประกาศไม่ไปเหยียบที่ทำงานพรรค
เว้นเสียแต่สถานะในฝ่ายบริหารของประเทศ ร.อ. ธรรมนัส ยังมีบทบาทในพรรคแกนนำรัฐบาลในฐานะเลขาธิการ พปชร. ทำให้เขาถูกโยนคำถามใส่ว่าจะยังปฏิบัติงานกับ พปชร. ถัดไปหรือเปล่า เกี่ยวกับหัวข้อนี้ เขาบอกว่าเป็นเรื่องที่จำเป็นต้องพินิจพิเคราะห์กันถัดไป

“ผมบางทีก็อาจจะไปอยู่บ้านข้างหลังใหม่ที่มันแฮปปี้ ผมย้ายจากบ้านข้างหลังเก่ามา บ้านข้างหลังเดิม ผมก็แฮปปี้อยู่แล้ว บ้านข้างหลังเดิมเป็นบ้านที่พะเยาแฮปปี้ดีอยู่แล้ว ส่วนบ้านข้างหลังใหม่ บางทีก็อาจจะไปสร้างบ้านใหม่” ร.อ. ธรรมนัสกล่าว

ร.อ. ธรรมนัสมิได้ตอบปัญหาแจ่มแจ้งว่าจะกลับไปบ้านข้างหลังเดิม หรือสร้างบ้านข้างหลังใหม่ อันซึ่งก็คือกระบวนการทำพรรคการเมืองใหม่ขึ้นมา
ร.อ. ธรรมนัส เมีย แล้วก็นางไร้มลทิน มักออกเดินสายทำบุญทำทานร่วมกันในช่วงวันหยุดราชการ

สำหรับ “บ้านข้างหลังเดิม” ที่ถูกเอ๋ยถึง สถานีวิทยุกระจายเสียงบีบีซีไทยรู้เรื่องว่าเป็นการเปรียบเปรยจุดหมายถึงพรรคเพื่อไทย เพราะว่าเป็นพรรคการเมืองท้ายที่สุดที่ ร.อ. ธรรมนัสเคยสังกัดแล้วก็สมัครรับเลือกตั้งเมื่อปี 2557 ก่อนที่การเลือกตั้งคราวนั้นจะแปลงเป็นโมฆะ แล้วก็มีการรัฐประหารในเวลาถัดมา กระทั่งก่อนจะมีการออกเสียงปี 2562 ร.อ. ธรรมนัสจึงชูคณะเข้ามาลงเล่นการเมืองในนาม พปชร.

แต่ว่าเมื่อนักข่าวถามคำถามว่าการตัดสินใจไปอยู่บ้านอื่น มีพรรคเพื่อไทยอยู่ในตัวเลือกด้วยหรือเปล่า ร.อ. ธรรมนัสตอบว่ามีพรรคมาจีบเยอะมาก และไม่เกี่ยวกับที่มีกระแสข่าวว่ามีการเสวนากันที่ผ่านมา บางทีก็อาจจะเป็น “พรรคพะเยา” หรือ “พรรคพลังพะเยา” หรือ “อีสานล้านนา” ก็ได้ ทุกสิ่งตระเตรียมไว้หมดแล้ว เร็วๆนี้จะได้เห็นเค้าหน้าแน่
เขายังประกาศเพราะว่าจะไม่ไปเหยียบที่ทำงาน พปชร. อีก “เกลียด ไม่ต้องการฝืนใจตนเอง” แม้กระนั้นถึงกระนั้นก็ยังเป็นเลขาธิการพรรค ยังมิได้ลาออก
เมื่อถูกถามอีกว่า อย่างงี้การเลือกตั้งหนต่อไปพรรค พปชร. จะไม่แตกเลยหรือ ร.อ. ธรรมนัสกล่าวว่า ก็ไม่แน่ เนื่องจากดวงใจตนไปแล้ว บอกแล้วนักเลงพอเพียง ทำอะไรแล้วจำเป็นต้องรับผิดชอบ อยู่ไหนก็ได้ ขอให้ดวงใจมันอยู่ ถ้าเกิดดวงใจมันไม่อยู่ ผู้ใดกันจะมาบังคับตนก็มิได้

tui3
การลาออกจากตำแหน่งรัฐมนตรีของ ร.อ. ธรรมนัส เกิดขึ้นในเวลาไม่ถึงสัปดาห์ ข้างหลังสำเร็จการเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรี แล้วก็รัฐมนตรีอีก 5 คน ในสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งในระยะเวลาดังที่กล่าวถึงมาแล้ว ได้เกิดปรากฏการเคลื่อนที่ใต้ดินจากบางกลุ่มก้อนภายใน พปชร. กดดันให้มีการปรับคณะรัฐมนตรี (ครม.) ข้างหลังสำเร็จศึกซักฟอก แล้วก็อาจไปไกลถึงขนาด “เปลี่ยนตัวนายกรัฐมนตรี” ร้อนถึงผู้นำรัฐบาลจำเป็นต้องออกมาปฏิเสธข่าวหลายวันต่อเนื่องกัน ในขณะที่ร.อ. ธรรมนัสกลายเป็นผู้ต้องสงสัยว่าอยู่เบื้องหน้าเบื้องหลังการเคลื่อนที่ดังที่กล่าวถึงมาแล้ว แม้กระนั้นเขาก็ออกมากล่าวว่ามีคนในพรรคฝ่ายรัฐบาลเป็น “คนเต้าข่าว” หัวข้อนี้ขึ้นมา
พล.อ. ประยุทธ์ยังไม่คิดปรับ ครม. เพิ่มคนแทน 2 รัฐมนตรี
การเปลี่ยนแปลงทางการเมืองที่เกิดสังกัดรัฐบาล “ประยุทธ์ 2” ทำให้ พล.อ. ประยุทธ์ถึงกับถอนใจก่อนตอบเรื่องซักถามของสื่อมวลชนระยะเวลา 16.20 น.
นายกรัฐมนตรี ถูกถามประเด็นการลาออกของ รมช.เกษตรฯ ในระหว่างตรวจเยี่ยม โรงพยาบาลสนามสำหรับคนป่วยไอซียู ที่ โรงพยาบาลปิยะเวท

พล.อ. ประยุทธ์กล่าวเพียงว่า รู้เมื่อตะกี้ว่าลาออก เขาก็เคยบอกอยู่แล้วไม่ใช่หรือไม่ต้องเป็นรัฐมนตรีก็ได้ เป็น ส.ส. ก็สามารถช่วยพสกนิกรได้ ซึ่งก่อนหน้าที่ผ่านมาก็ช่วยงานกันตลอดมา เดี๋ยวคงคือเรื่องของพรรคที่จะไปหารือกันว่าจะทำยังไง แม้กระนั้นยืนยันว่างานทุกงานไม่มีหยุด มีคนทำงานให้อยู่แล้ว

tui4
นักข่าวถามคำถามว่าเป็นการลาออกหรือถูกปรับออก นายกรัฐมนตรี บอกว่า “ก็เขาลาออก” เมื่อถามย้ำว่า แม้กระนั้นเนื้อความในราชกิจจานุเบกษากล่าวว่า นายกรัฐมนตรี กราบบังคมทูลว่า “เหมาะสมให้รัฐมนตรีบางบุคคลพ้นจากความเป็นรัฐมนตรี เพื่อความเหมาะสมแล้วก็เกิดขึ้นประโยชน์แก่ราชการ” พล.อ. ประยุทธ์หลีกเลี่ยงที่จะตอบปัญหานี้ โดยบอกเพียงว่า “เอาละ อย่างไรเขาก็ไม่อยู่แล้ว จะมายังไง จะไปอย่างไร ผมไม่ตอบ” พร้อมย้ำว่า “มิได้แจ้งผู้ใดกันทั้งหมด มันอยู่ที่ผม ผมทำของผม” แล้วก็ “เหตุผลของผมก็คือเหตุผลของผม”

พล.อ. ประยุทธ์ยังพูดถึงการปรับ ครม. เพราะว่า ขอดูก่อน แม้กระนั้นในช่วงเวลานี้ยังไม่ปรับผู้ใดกัน ถึงจะมีคนลาออก ก็ยังไม่ปรับเข้า ส่วนกรณีที่เกิดขึ้นนับว่าเป็นผลมากมายระแส “ล้มนายกรัฐมนตรี” ในช่วงอภิปรายไม่ไว้วางใจหรือเปล่านั้น พล.อ. ประยุทธ์บอกว่า “ทั้งหมดทั้งปวงมาจากคุณ (สื่อมวลชน)”

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *